เอารถบ้านไปวิ่งส่งของ-ส่งอาหาร ประกันส่วนบุคคลอาจไม่จ่าย — เส้นบางๆ ที่คนขับหารายได้เสริมต้องรู้

เอารถบ้านไปวิ่งส่งของ-ส่งอาหาร ประกันส่วนบุคคลอาจไม่จ่าย — เส้นบางๆ ที่คนขับหารายได้เสริมต้องรู้

พูดตรงๆ แบบเพื่อนเลยนะคะ: กรมธรรม์รถที่ระบุ "ใช้ส่วนบุคคล" มีข้อยกเว้นมาตรฐานคือไม่คุ้มครองการใช้รถเพื่อรับจ้างหรือให้เช่า ถ้าคุณเอารถบ้านไปวิ่งรับส่งของ ส่งอาหาร หรือรับผู้โดยสารเป็นรายได้ แล้วเกิดเหตุระหว่างวิ่งงาน บริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการเคลมในส่วนความเสียหายของรถเราได้ ทางแก้ไม่ใช่การลุ้นว่าจะไม่โดนจับได้ แต่คือแจ้งเปลี่ยนประเภทการใช้รถเป็น "ใช้เพื่อการพาณิชย์" ซึ่งเบี้ยเพิ่มขึ้นบ้าง แลกกับความคุ้มครองที่จ่ายจริงทุกเที่ยวที่วิ่งค่ะ

สรุปใน 30 วินาที

  • กรมธรรม์ระบุประเภทการใช้รถไว้ชัด — ใช้ผิดประเภทคือข้อยกเว้นความคุ้มครอง
  • วิ่งงานเดลิเวอรี่เป็นรายได้ประจำ ควรแจ้งเปลี่ยนเป็นการใช้เพื่อการพาณิชย์
  • พ.ร.บ. ยังคุ้มครองคนเจ็บตามกฎหมาย แต่ความเสียหายรถเราคือส่วนที่เสี่ยงหลุดค่ะ

แค่ไหนเรียกว่า "รับจ้าง" แล้วแค่ไหนยังเป็น "ส่วนบุคคล"?

เทียบสองภาพนี้ค่ะ

ก. ยังเป็นการใช้ส่วนบุคคล — ขับไปทำงานประจำ ไปส่งลูก ซื้อของ ขนของบ้านตัวเอง ช่วยญาติขนของย้ายบ้านโดยไม่ได้ค่าจ้าง แบบนี้ใช้กรมธรรม์ส่วนบุคคลตามปกติ

ข. เข้าข่ายรับจ้าง/พาณิชย์ — รับงานผ่านแอปขนส่งเป็นรายได้ วิ่งส่งอาหารทุกเย็น รับส่งพัสดุคิดค่าบริการ เอารถให้คนอื่นเช่า แบบนี้คือการใช้รถหารายได้ ซึ่งความเสี่ยงบนถนนสูงกว่าการใช้ส่วนตัวชัดเจน ทั้งชั่วโมงวิ่งที่มากกว่าและความเร่งรีบตามรอบงาน

เส้นแบ่งในทางปฏิบัติคือ "ความสม่ำเสมอและการมีค่าตอบแทน" ค่ะ วิ่งจริงจังทุกวัน มีรายได้เข้าบัญชีจากแพลตฟอร์มต่อเนื่อง แบบนี้ควรจัดกรมธรรม์ให้ตรงความจริงนะคะ

ถ้าเกิดเหตุระหว่างวิ่งงาน อะไรได้ อะไรหลุด?

แยกเป็นชั้นๆ ค่ะ พ.ร.บ. ยังคุ้มครองผู้บาดเจ็บตามกฎหมายเสมอ ส่วนประกันภาคสมัครใจ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าขณะเกิดเหตุกำลังใช้รถรับจ้างซึ่งขัดกับประเภทที่ระบุ บริษัทอาจปฏิเสธความเสียหายส่วนรถเรา และการที่แอปมีบันทึกงานทุกเที่ยวพร้อมเวลา ก็ทำให้ข้อเท็จจริงตรวจสอบย้อนได้ไม่ยากเลยค่ะ ลองคิดเลขกันนะคะ วิ่งเดลิเวอรี่ได้กำไรวันละ 400 บาท เดือนละ 12,000 บาท แต่ถ้าเกิดเหตุหนึ่งครั้งแล้วเคลมไม่ได้ ค่าซ่อม 40,000 บาท เท่ากับกำไรกว่าสามเดือนหายวับ — ส่วนต่างเบี้ยแบบพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นหลักพันต่อปี ถูกกว่านั้นหลายเท่าค่ะ

แจ้งเปลี่ยนประเภทการใช้รถ ทำยังไง เบี้ยเพิ่มเยอะไหม?

แจ้งบริษัทประกันหรือผ่านโบรกเกอร์เพื่อทำสลักหลังเปลี่ยนประเภทการใช้ได้เลยค่ะ ไม่ต้องรอครบปี เบี้ยส่วนเพิ่มขึ้นกับประเภทรถและลักษณะงาน โดยทั่วไปเป็นสัดส่วนไม่กี่สิบเปอร์เซ็นต์ของเบี้ยเดิม และบางบริษัทมีแผนเฉพาะสำหรับคนขับแพลตฟอร์มที่คุ้มค่ากว่าเดิมด้วย ระหว่างนี้อย่าลืมเช็คเรื่องอื่นให้ครบชุด ถ้ารถติดแก๊สเพื่อลดต้นทุนวิ่งงาน ต้องแจ้งทั้งเรื่องแก๊สและเรื่องประเภทการใช้พร้อมกันนะคะ แจ้งครั้งเดียวจบ สบายใจยาวๆ ค่ะ

วิ่งงานแบบไหน ควรคุยกับโบรกเกอร์เป็นพิเศษ?

ทุกแบบที่รายได้ผูกกับรถค่ะ ไม่ว่าส่งอาหาร ส่งพัสดุ รับส่งพนักงาน หรือขนของตามสั่ง เพราะแต่ละแบบมีแผนที่เหมาะไม่เหมือนกัน หน้าที่ของโบรกเกอร์อย่างเราคือหาแผนที่ตรงการใช้งานจริงในเบี้ยที่แข่งขันได้ เล่าลักษณะงานของคุณมาที่ LINE @insurefriend หรือโทร 02-114-6464 เราฟังก่อน แนะนำทีหลัง ไม่ยัดเยียดแน่นอนค่ะ ทีมเราดูแลทั้งรถบ้านและรถทำมาหากินของชาวสมุทรปราการมาเกือบ 20 ปีในเครือมงคลออโต้เซอร์วิสส์

รถของคุณขยันหาเงินให้คุณทุกวัน — แล้วกรมธรรม์ที่คุ้มครองมัน รู้หรือยังคะว่าตอนนี้มันทำงานอะไรอยู่?

อยากรู้ว่ารถคุณเบี้ยเท่าไร?

ส่งทะเบียน + รุ่นรถมาทาง LINE เดี๋ยวเพื่อนคนนี้เทียบเบี้ยหลายบริษัทให้ฟรี ไม่ซื้อไม่เป็นไรค่ะ

LINE @insurefriend โทร 02-114-6464